แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อคอนโด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ซื้อคอนโด แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

ฮวงจุ้ยจัดบ้าน คอนโด ช่วงหน้าร้อนให้อยู่เย็น เป็นสุข





      เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแบบนี้หลายคนอาจรู้สึกว่าบ้านร้อนกว่าปกติ นอกจากเรื่องของทิศทางของลม แดดแล้ว ยังมีเรื่องฮวงจุ้ยอีกเรื่องหนึ่งที่ควรใส่ใจ จะมาแนะนำวิธีจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยหน้าร้อน ดูซิว่าต้องย้าย จัด วางอะไรตรงไหนบ้างค่ะ

     1. พลังของสี : เลือกของตกแต่งภายในบ้านให้อยู่ในโทนสีอ่อนแทนสีเข้มหรือสีโทนร้อน หรือจะใช้หลักการเลือกสีโทนเย็น เช่นสีฟ้า สีเขียว ฯลฯ

    2. พลังของน้ำ : ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการวางน้ำพุคือ ประตูหน้าบ้าน อาจจะเลือกเป็นน้ำพุขนาดเล็กๆ ก็ได้ แต่ต้องสำรวจว่าน้ำพุไหลและทำงานปกติ

    3. พลังของต้นไม้ : วางกระถางต้นไม้สีเขียวไว้ภายในบ้าน เพื่อให้ต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ กำจัดสารพิษที่อยู่ภายในบ้าน และทำให้อากาศของบ้านบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

    4. คริสตัลแบบสีม่วง : เป็นสัญลักษณ์ช่วยระบายความร้อนและอารมณ์ภายในบ้านที่รุนแรง รวมไปถึงช่วยกำจัดพลังงานเชิงลบ


สำหรับ 4 วิธีที่คุณสามารถลองทำดูได้เพื่อบ้านจะได้น่าอยู่ อากาศบริสุทธิ์ และมีพลังบวก มากค่ะ อิอิ


วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ข้อดีของการซื้อคอนโด(condo) ที่มีมากกว่าไว้พักอาศัย




       ตอนนี้มีคอนโดเกิดขึ้นให้เราได้เลือกจับจองมากมายทั้งในเมืองกรุง และ ต่างจังหวัด คอนโดจึงกลายเป็นอีกตัวเลือกใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่รักความสะดวกสบาย ยิ่งทำเลที่ตอบโจทย์ และล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกชีวิตแล้ว ยิ่งเป็นที่น่าสนใจและ ถูกจับตามองมาในตลาดอสังหาฯ คอนโดทันสมัย ดีไซน์ล้ำ พร้อมการตกแต่งที่มีไลฟ์สไตล์ แถมยังตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านทองหล่อ ยิ่งคุ้มค่าการลงทุนอย่างมาก เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดทันสมัย ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตของคุณ



ทำไมคอนโด ถึงน่าลงทุน มาดูประโยชน์หลักๆของการลงทุนคอนโดกันค่ะ

1. เพื่อการลงทุน
     การลงทุนในคอนโดมีเนียมเป็นที่นิยมกันมากโดยผู้ลงทุนจะซื้อห้องชุดเพื่อปล่อยเช่าโดยจะนำค่าเช่ามาผ่อนชำระค่างวดในกรณีที่ขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือถือเป็นรายรับแทนดอกเบี้ยเงินฝากแทนการฝากเงินกับธนาคารในกรณีซื้อเงินสด หากผู้ลงทุนสามารถเลือกซื้อคอนโดที่มีทำเลดี ก็จะมีผู้เช่าไม่ขาด และเมื่อเวลาผ่านไป ราคาของห้องชุดดังกล่าวขึ้นราคา ผู้ลงทุนก็สามารถขายทำกำไรได้อีกทางหนึ่งด้วยคอนโดมือสอง

2. เพื่อพักอาศัย
      ผ่อนชำระค่างวดกับสถาบันการเงินในการซื้อคอนโดมีเนียมแทนการจ่ายค่าเช่านั้น สามารถทำให้ท่านประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มากกว่า เพราะการผ่อนชำระกับสถาบันการเงินทุกเดือนนั้นจะลดยอดหนี้ที่ท่านจำนองไว้กับสถาบันการเงิน ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ขาย เงินเหล่านั้นที่จ่ายก็จะกลับคืนมาก และหากราคาของห้องชุดที่ซื้อนั้น ขึ้นราคาตามระยะเวลาแล้ว ก็ยังมีส่วนที่กำไรอีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งต่างกับค่าเช่า ของเงินที่จ่ายไปทุกๆเดือนนั้นจะไม่มีวันกลับมาอีกเลย



3. ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง
      แม้จะมีเงินมากเท่าไหร่ ก็มีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่ากัน หากการเดินทางไปกลับจากที่ทำงานนั้นน้อยลงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเวลาพักผ่อนและมีกิจกรรมอื่นเช่น ออกกำลังกาย มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงสภาพร่างกายและจิตใจด้วย ค่าเดินทางในการขับรถหรือใช้บริการรถสาธารณะก็เป็นค่าใช้จ่ายหลักต่อเดือนเช่นกัน ซึ่งก็รวมถึงค่าเสื่อมของรถที่มองไม่เห็นด้วยในกรณีที่มีรถส่วนบุคคล

4. ลดหย่อนภาษี 
        คนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีการผ่อนชำระ สามารถนำดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในการผ่อนชำระอสังหาริมทรัพย์นั้นมาหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้ โดยให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้ออสังหาฯ สามารถนำไปหัก ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 3 แสนบาทต่อปี

      นอกจากนี้แล้วยังมีข้อดีอีกมากมาย หากใครที่มีกำลังทรัพย์ แล้วอยากลงทุนอะไรสักอย่าง การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ



วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดต่างจังหวัด





       ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ต่างจังหวัดจะมีตึกสูงระฟ้าเป็นที่อยู่อาศัยที่เรียกกันว่า คอนโดมิเนียม  เพราะถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตากอากาศของคนกรุงเทพฯ หรืออีกแง่ก็เป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมาเทียบกับ ณ เวลาปัจจุบันคอนโดฯ ในสถานที่เหล่านี้ผุดกันเป็นดอกเห็ดเลยทีเดียว  และไม่ใช่แค่จังหวัดที่ชาวต่างชาติอยู่กันเยอะเท่านั้น ปัจจุบันหลายๆ จังหวัดก็เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมผุดขึ้นมาบ้างแล้ว อย่าง เช่นภาคอีสาน ก็เช่น อุบลฯ ขอนแก่น อุดรฯ สกลนคร นี่ก็มี ภาคใต้ก็ จังหวัดตรัง สุราษฯ และอีกหลายจังหวัดก็กำลังผุดตามๆมา 
            
                 นอกจากนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยว ระบบเศรษฐกิจในจังหวัดก็มีตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจก็สูง จังหวัดเหล่านี้ก็อาทิ เชียงราย ระยอง  ขอนแก่น ก็มีวี่แววว่าจะมีการขยายตัวของคอนโดฯ เพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะประชากรในจังหวัดมีมากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไปและเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง ทำเลเหล่านี้ก็จะเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ และเป็นจังหวัดท่องเที่ยวอีกด้วย


                การตลาดนึงที่เห็นได้ชัดก็คือ การชูจุดขายของการเป็น ที่อยู่อาศัยเมื่อยามเกษียณที่ฮิตกันอย่างยิ่งก็คือ เชียงใหม่ และ เขาใหญ่ ซึ่งเป็นความลงตัวของความสงบ ความสะดวกสบายและอากาศที่ดี ยิ่งเมื่อ กทม.เผชิญกับวิกฤตการณ์ น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อสองปีก่อน ยิ่งทำให้ทำเลดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นในทันที

                ตลาดคอนโดฯ สู่ตลาดต่างจังหวัดนั้นมีทั้งรูปแบบการชูจุดขายเพื่อเป็น บ้านพักตากอากาศ ในยามช่วงวันหยุด ทีนี้เรามาลองพิจารณากันว่า ต้องใช้ปัจจัยใดบ้างประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมต่างจังหวัด

1. ทำเลที่ดี ไม่ว่าจะซื้อบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ในเมืองหลวงหรือต่างจังหวัด เรื่อง ทำเลต้องมาก่อนปัจจัยอื่นๆ เสมอ เพราะหากซื้อคอนโดมิเนียมที่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ย่านการค้า มหาวิทยาลัย ร้านซักรีด บริการต่างๆ ฯลฯ มีการคมนาคมที่สะดวกปลอดภัย ใกล้ถนนใหญ่

           
2. ยิ่งสูง ยิ่งแพง ราคาขายแต่ละห้องแต่ละยูนิตของคอนโดมิเนียมนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วตำแหน่งของห้องยิ่งอยู่ชั้นที่สูง ก็ยิ่งราคาแพงเพราะจะได้วิวที่สูงกว่า ดังนั้นหากงบประมาณถึงพร้อมก็เลือกห้องที่อยู่ชั้นสูงๆ ไปเลย นอกเสียจากว่าเป็นคนที่กลัวความสูงก็อาจจะเลือกชั้นที่เตี้ยที่สุด เช่นเดียวกัน ซื้อคอนโดฯ เพื่อปล่อยเช่า การเลือกชั้นที่สูงก็สามารถตั้งราคาค่าเช่าได้สูงตามไปด้วย

3. เลือกทั้งที ต้องมีวิวสวย การเลือกซื้อคอนโดฯ ในต่างจังหวัด ยิ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีจุดขาย อาทิเช่น ถ้าเป็นทำเลที่มีทะเล จุดขายก็อยู่ที่วิวทะเล วิวภูเขา มุมเมือง  เพื่อความสะบายตา ถ้าเป็นคอนโดฯ ที่อยู่บนภูเขา ทำเลก็คือทิวทัศน์ป่าไม้ธรรมชาติที่สวยงาม ถ้าเรื่องของงบประมาณไม่ใช่ข้อจำกัด 


4. ทิศของห้อง โดยปกติคนที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยคงไม่เลือกห้องที่หันหน้าหรือข้างไปทิศตะวันตกอยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้เชื่อเรื่องนี้ แต่โดยธรรมชาติแล้วการหันหน้าหรือด้านข้างไปทางทิศตะวันตกนั้นจะทำให้ผู้อยู่อาศัยเผชิญกับแดดในยามบ่ายไปจนถึงตอนเย็น ซึ่งทำให้ห้องมีอากาศร้อนไปจนถึงตอนเย็น ดังนั้นถ้าเลือกได้ก็แนะนำให้เลือกห้องที่หันด้านหน้าหรือด้านข้างไปทางทิศตะวันออก เพราะตื่นเช้ามาแสงแดดก็จะช่วยปลุก และในช่วงบ่ายห้องจะได้มีเวลาในการระบายความร้อนออกก่อนที่เจ้าของห้องจะกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น และทำให้ประหยัดแอร์กว่าห้องทางทิศตะวันตกในตอนกลางคืน พยายามหาด้านที่หันหน้าหรือข้างไปทางทิศตะวันออกเพราะว่าจะได้รับแดดเช้า ส่วนตอนบ่ายไม่โดนแดด ตอนค่ำกลับเข้ามาห้องจะได้ไม่ร้อนถ้าเลือกทิศอื่นไม่ได้จริงๆ ก็พยายามเลี่ยงอย่าให้ห้องหันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งจะเจอแดดตอนบ่ายและเย็นทำให้ห้องยังร้อนอยู่

5. ผู้ประกอบการ เรื่อง Brand ก็หมายถึงเรื่องของ ชื่อเสียง”  ชื่อเสียงของบริษัทก็เหมือนชื่อเสียงของคน สิ่งที่เคยทำมาในอดีตจะแสดงถึงภาพลักษณ์ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็อาจจะได้เปรียบในเรื่องของ Brand เพราะโครงการเก่าๆ ในอดีตก็มีให้เห็นอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า รายเล็กๆ หรือบริษัทอสังหาฯ เจ้าใหม่ๆ จะมีผลงานที่ด้อยกว่าเสมอแต่อย่างใด

6. สิ่งที่อยู่ข้างในนั้น ในความหมายนี้ก็คือ ถ้าจะให้ดีควรจะสืบหาให้รู้ให้ได้ว่า บริษัทก่อสร้างบริษัทใดที่สร้างโครงการนั้นๆ เพราะไม่ใช่แค่ แบรนด์ ของ Developer เท่านั้นที่สำคัญ ชื่อเสียงของบริษัทก่อสร้างก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าบริษัทก่อสร้างมีชื่อเสียงดี ผลงานที่ผ่านมาได้รับการยอมรับ เราก็สามารถมั่นใจได้ว่า คอนโดมิเนียม หลังใหม่ของเรานี้จะมีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน และสวยงามไปอีกนานเท่านาน และอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจ

7. ความคุ้มค่า ปัจจัยนี้เราต้องคำนึงว่าความตั้งใจที่จะซื้อคอนโดมิเนียมต่างจังหวัดเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?! เพราะถ้าซื้อเพื่อลงทุนก็ต้องพิจารณาดูว่ากลุ่มลูกค้าในทำเลนั้นคนกลุ่มไหนจะมาเช่า ถ้าอยู่ในจังหวัดที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมอย่าง ระยอง ชลบุรีฯลฯ คนเช่าก็เป็นคนที่ไปทำงานอยู่ที่นั่นที่ไม่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยดังนั้นผู้เช่ากลุ่มนี้ก็คงไม่ต้องการคอนโดฯ ที่ราคาสูงลิบหรือมีความหรูหรามากนัก ดังนั้นลักษณะคอนโดฯ ที่จะซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็ไม่ควรจะลงทุนซื้อห้องราคาแพงมากแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นทำเลเมืองท่องเที่ยว กลุ่มลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่าในระยะสั้น และเราต้องการชูจุดขาย  ดังนั้นหากที่อยู่อาศัยหลังแรกยังคงต้องผ่อนอยู่ การผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกันถึงสองที่ คงไม่ใช่เรื่องที่สบายกระเป๋านัก 

8. ที่จอดรถ  ต้องยอมรับเลยว่าการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม กทม. นั้น เรื่องจำนวนที่จอดรถเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวในการตัดสินใจ เพราะหาคอนโดฯ ที่มีที่จอดรถให้กับลูกบ้านเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้ยากเย็นเต็มที เพราะราคาที่ดินแพง (เอาไปทำที่อยู่อาศัยดีกว่า) แต่สำหรับคอนโดฯ ต่างจังหวัดแล้ว เรื่องจำนวนที่จอดรถอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก เพราะราคาที่ดินไม่ได้สูงปรี๊ดเท่าในเมืองหลวง หรือต่อให้ที่จอดรถมีไม่เท่ากับจำนวนห้อง ก็เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเท่านั้น เพราะคนที่เลือกซื้อคอนโดฯ ต่างจังหวัดเพื่อพักผ่อนในวันหยุดก็ไม่ได้มีเรื่องให้ต้องรำคาญใจทุกๆ วันซะที่ไหนละ

       จากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว แต่ยังคิดไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อคอนโดฯ ที่จังหวัดไหนเพื่อเป็นคอนโดฯ ตากอากาศดี ก็ให้ลองนึกดูว่าชอบภูเขาหรือทะเล ถ้าคำตอบเป็นภูเขาหรืออากาศดีๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น เชียงใหม่ เชียงราย และเขาใหญ่ ซึ่งเป็นทำเลยอดฮิตในชั่วโมงนี้ แต่ถ้าเลือกทะเล ก็คงจะเป็นหัวหิน ชะอำ ระยอง หรือชลบุรี นั่นเอง



วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

ซื้อคอนโดฯ ดีกว่าเช่าหอพักอยู่ จริงหรือ ?


ซื้อคอนโดฯ ดีกว่าเช่าหอพักอยู่ จริงหรือ ?


       เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นของชิ้นใหญ่ มีราคาสูง การเลือกซื้อจึงมีองค์ประกอบหลายอย่างที่จะนำมารวมกันเพื่อตัดสินใจ สิ่งสำคัญลำดับแรกคือปัจจัยของผู้ซื้อเข้าใจว่าผู้ตั้งกระทู้นี้ต้องการซื้อคอนโดฯ เพื่อพักอาศัยเอง ไม่ใช่ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า เพราะฉะนั้น คำตอบอันแรกสุดคือ ซื้อคอนโดฯ ดีกว่าเช่าหอพักแน่นอน

      วิธีคิดก็คือ การเช่าหอพักหรืออพาร์ตเมนต์อยู่อาจจะตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมด้านการเงิน เช่น ยังอยู่ระหว่างเรียน หรือลงขันกับเพื่อน ๆ เช่าอยู่ห้องเดียวกัน แต่อย่าลืมว่าค่าเช่าที่เราจ่ายทุกเดือน เป็นการ "จ่ายทิ้ง" หรือ "จ่ายขาด" จ่ายออกไปเงินก็ไปแล้วไปลับไม่กลับมาเลย

     เพราะฉะนั้น ถ้าเริ่มมีความพร้อม หรือเริ่มเป็นมนุษย์เงินเดือน มีงานทำ การวางแผนใช้เงินเป็นสิ่งที่จำเป็น และสนับสนุนให้ทำ กรณีกำลังเช่าหอพักอยู่ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดมาให้ว่าเช่าอยู่เท่าไหร่ ทำเลไหน ใกล้อะไร ดังนั้น ขอแนะนำกว้าง ๆ ดังนี้

      สมมติคุณเช่าหอพักอยู่ เดือนละ 4,500 บาท (สอบถามกลุ่มตัวอย่างมาแล้ว ราคาตก 4,000-4,500 บาท) บวกค่าน้ำค่าไฟตก 6,000 บาท น่าจะลองหาคอนโดฯ ราคาไม่แพง ทำเลริมถนนได้ยิ่งดี ให้งวดผ่อนใกล้เคียงกับค่าเช่า เพียงเท่านี้การตัดสินใจก็น่าจะง่ายขึ้นมาแล้ว

     วิธีคิดต่อมาคือ การผ่อนคอนโดฯ สมมติจ่ายค่างวดเดือนละ 6,000  บาทเท่า ๆ กับค่าเช่าหอพัก แต่อย่าลืมว่า asset หรือทรัพย์สินเป็นของเรา ถ้าจะย้ายที่ทำงานหรืออยากขายออก ก็สามารถขายได้หรือทำได้เพราะเป็นของเรา และส่วนใหญ่ถ้าเลือกทำเลริมถนนจะสามารถขายได้ในราคาดี หมายถึงมีกำไรด้วย หรือขี้เหร่สุดก็เท่าทุน

เท่ากับว่า การผ่อนคอนโดฯ แต่ละเดือน เท่ากับเป็นการ "ฝากเงิน" ไว้ในคอนโดฯ ไม่ใช่ "จ่ายทิ้ง" ให้กับค่าเช่าหอพัก


      ของแถมจากการซื้อคอนโดฯ แทนการเช่าหอพักก็คือ คอนโดฯ ถ้าเป็นของเรา อยากตกแต่ง ติดแอร์ ตอกตะปูแขวนรูป หรือตกแต่งยังไงก็ได้ตามใจชอบ ไม่เหมือนอยู่หอพักกฎระเบียบหยุมหยิม อยากแขวนรูปข้างฝาเจอค่าปรับค่าตอกตะปูรูละ 200-300 บาท นั่นเอง

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ซื้อบ้านหรือคอนโด ใช้ลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 31 ธันวาคม 2559


      ราชกิจจานุเบกษาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า สำหรับบุคคลใดที่ทำการซื้อบ้านหลังแรกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ พร้อมจ่ายเงิน-โอนกรรมสิทธิ์ภายใน 31 ธันวาคม 2559 นำเงินค่าบ้าน 20% มาลดหย่อนภาษีได้นั่นเอง





        จากเมื่อปลายปี 2558 รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ซื้อบ้านให้ประชาชนผู้มีรายได้ปานกลางสามารถซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ในราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ตามมาด้วยการให้สิทธิผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถนำเอา 20% ของราคาบ้านไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เป็นเวลา 5 ปี โดยสามารถใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2558 ได้เลย

        ล่าสุดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศกฎกระทรวง ฉบับที่ 313 (พ.ศ. 2559) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร จะได้ยกเว้นเงินได้บุคคลธรรมดาร้อยละ 20 จากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

        1. ผู้มีเงินได้สามารถนำเอา 20% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุด มูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท มาหักลดหย่อนภาษีได้เป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่องกัน นับแต่ปีภาษีที่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ โดยได้รับยกเว้นภาษีเป็นจำนวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีภาษี

        2. ผู้มีเงินได้ต้องจ่ายค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2558-31 ธันวาคม 2559 และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ผู้มีเงินได้ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดมาก่อน

        3. ผู้มีเงินได้ต้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ยกเว้นกรณีเสียชีวิตหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นสิ้นสภาพไปทั้งหมด



สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
เจ้าของบ้านหลังแรกจะใช้สิทธิลดหย่อนได้ 20% ของราคาบ้านที่ซื้อมา โดยจะเฉลี่ยใช้สิทธิเท่าๆ กัน 5 ปี ตัวอย่างเช่น

ถ้าซื้อบ้านมาในราคา ฿3,000,000 จะได้รับค่าลดหย่อน ฿600,000 (20% ของราคาบ้าน ฿3,000,000)

ค่าลดหย่อน ฿600,000 จะเฉลี่ยใช้สิทธิได้ 5 ปี ตกปีละ ฿120,000 (฿600,000 ÷ 5 ปี)

ค่าลดหย่อนนี้สามารถใช้ได้จนถึงปีภาษี 2562 หรือ 2563 แล้วแต่ว่าซื้อบ้านหลังแรกในปีไหน แต่การใช้สิทธิจะเริ่มนับตั้งแต่ปีที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์*5 ทั้งนี้ ระหว่างระยะเวลาใช้สิทธิ 5 ปี หากลืมใช้สิทธิในปีไหนก็จะเสียสิทธิในปีนั้นไปเลยไม่สามารถนำไปทบในปีถัดไปได้อีก

ถ้ามีคนซื้อร่วมกันหลายคนให้เฉลี่ยค่าลดหย่อนนี้ตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของของแต่ละคน*6


การใช้สิทธิกรณีสามีภริยาซื้อด้วยกัน
ถ้าสามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายซื้อบ้านหลังแรกมาร่วมกันสามารถแบ่งเป็นกรณีได้ดังต่อไปนี้

1. ถ้าสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีรายได้ และแยกยื่นภาษีของตัวเองกันอยู่แล้ว (ไม่ว่าจะแยกยื่นเงินได้ทั้งหมด หรือแยกยื่นเฉพาะเงินเดือน (เงินได้ประเภทที่ 1) ก็ให้ต่างฝ่ายต่างใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของของตนในบ้านหลังแรก*7
2. ถ้าสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีรายได้ แต่ยื่นภาษีร่วมกัน ก็ให้รวมใช้สิทธิทั้งของสามีและภริยาร่วมกันไปเลย*8
3. ถ้าคู่สมรสมีรายได้อยู่ฝ่ายเดียวโดยที่อีกฝ่ายไม่มีรายได้ เช่น สามีมีรายได้แต่ภริยาไม่มีรายได้แล้วทั้งคู่มีชื่อเป็นผู้ซื้อบ้านหลังแรกร่วมกัน ให้ฝ่ายที่มีรายได้เป็นผู้ใช้สิทธิลดหย่อนคนเดียวได้เลย*9

เงื่อนไข
คุณต้องมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกโดยไม่ได้ขายหรือโอนต่อให้ใครติดต่อกันอย่างน้อย 5 ปีนับตั้งแต่แต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านหลังแรก เว้นแต่กรณีถึงแก่ความตายหรือกรณีบ้านหลังแรกนั้นสิ้นสภาพไปทั้งหมด

หลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ 
1. การใช้สิทธิลดหย่อนบ้านหลังแรกต้องมีเอกสารต่อไปนี้ทั้งหมด*10
2. หนังสือรับรองจากผู้ขายที่พิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินซื้อจริง
3. หนังสือรับรองตัวเองว่าเป็นที่อยู่อาศัยแห่งแรก
4. สำเนาสัญญาซื้อขายบ้านหลังแรก และ
5. สำเนาสัญญากู้ยืมเงิน (กรณีกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน)




ที่มา ratchakitcha
                                           

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ตระกูล-องค์กร ที่ถือครองที่ดินรายใหญ่ของประเทศไทย



        ในกรณีกฎหมายเก็บภาษีที่ดินขณะนี้  หลายๆคนคงต้องอยากทราบใช่ไหมว่า ในประเทศไทยนั้นใครถือครองที่ดินมากน้อยขนาดไหน   มีผลการศึกษาของกลุ่มปติบัติงานท้องถิ่นรัฐไร้พรมแดน     เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่วิจัยและเก็บข้อมูลการถือครองเอกสารสิทธิจากสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมที่ดินได้ผลสำรวจออกมาว่า  กลุ่มทุนที่ถือครองที่ดินมากที่สุด คือ ตระกูลสิริวัฒนภักดี 630,000 ไร่ ขณะทีกลุ่มนักการเมืองที่ถือครองที่ดินมากที่สุด คือ นายอำนาจ คลังผา อดีต ส.ส.เพื่อไทย ถือครอง 2,030 ไร่ ไปดูกันว่าข้อมูลจากการสำรวจศึกษาได้ยกตัวอย่างผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ทั้งประเทศนั้นมีตระกูลและองค์กร ไหนกันบ้าง




ข้อมูลจากการสำรวจศึกษาได้ยกตัวอย่างผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ทั้งประเทศดังต่อไปนี้

      อันดับ 1 คือ ตระกูลสิริวัฒนภักดี ถือครองกว่า 630,000 ไร่ ทั้งในนามส่วนตัว ครอบครัว และผ่านบริษัท ต่างๆ โดยหนึ่งในที่ดินแปลงใหญ่ที่ตระกูลสิริวัฒนภักดีครอบครองกรรมสิทธิ์อยู่ในบริเวณอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รวมประมาณ 12,000 ไร่ ที่ดินใน อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา อีกประมาณ 15,000 ไร่

      อันดับ 2 คือ ตระกูลเจียรวนนท์ ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ธุรกิจการเกษตรครบวงจร ในนามกลุ่ม ซีพี ธุรกิจพัฒนาที่ดินในนาม ซี.พี.แลนด์ และกลุ่มแมกโนเลียส์ ธุรกิจโทรคมนาคม ทรู คอร์ปอเรชั่น ถือครองที่ดินในมือไม่ต่ำกว่า 200,000 ไร่ โดยแปลงใหญ่อยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 10,000 ไร่

      อันดับ 3 คือ บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ดำเนินธุรกิจด้านน้ำมันปาล์มรายใหญ่ในภาคใต้ ถือครองที่ดินกว่า 44,400 ไร่

     อันดับ 4 คือ สำนักงานทรัพย์สินฯ จำนวน 30,000 ไร่

     อันดับ 5 คือ บมจ.ไออาร์พีซี จำนวน 17,000 ไร่ อันดับ 6 คือ ตระกูลมาลีนนท์ จำนวน 10,000 ไร่

     อันดับ 7 คือ นายแพทย์บุญ วนาสิน จำนวน 10,000 ไร่

     อันดับ 8 คือ วิชัย พูลวรลักษณ์ จำนวน 7,000 ไร่

     อันดับ 9 คือ ตระกูลเตชะณรงค์ จำนวน 5,000 ไร่ อันดับ 10 คือ ตระกูลจุฬางกูร จำนวน 5,000 ไร่ ส่วนในกลุ่มนักการเมือง


ที่มาภาพ terrabkk


ผลการศึกษา พบว่าผู้ที่ถือครองที่ดินรายใหญ่ของประเทศ ดังนี้

        อันดับ 1 คือ นายอำนาจ คลังผา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถือครอง 2,030 ไร่
        อันดับ 2 คือ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตร 2,000 ไร่
        อันดับ 3 คือ นายเสนาะ และนางอุไรวรรณ เทียนทอง 1,900 ไร่
        อันดับ 4 คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี 1,284 ไร่
        อันดับ 5 คือ นายอดิศักดิ์ โภคสกุลนานนท์ 1,197 ไร่
        อันดับ 6 คือ นายทศพร เทพบุตร ถือครองที่ดิน 1,095 ไร่
        อันดับ 7 คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี 1,095 ไร่
        อันดับ 8 คือ นายสุชน ชามพูนท 1,060 ไร่
        อันดับ 9 คือ นายชัย ชิดชอบ และภรรยา 854 ไร่
        อันดับ 10 คือ นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ 755 ไร่ ขณะที่ผู้ที่ถือครองที่ดินเกินกว่า 1,000 ไร่ขึ้นไป มีจำนวนรวม 837 ราย

       จากข้อมูลที่สรุปมาทั้งหมดนี้หวังว่าจะพอทำให้เข้าใจคร่าวๆกันแล้ว ว่าผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ทั้งประเทศนั้นมีตระกูลและองค์กรนะคะ



วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดเป็นของตัวเอง


เตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดเป็นของตัวเอง



       
        
       เมื่อคุณอยากจะเป็นเจ้าของคอนโดสักห้องก็ไม่ใช่ข้อเสียหายเลยสักนิด  ปัจจุบันนี้ใครก็พากันเลือกซื้อคอนโดกันเป็นว่าเล่น เพราะบรรดาคอนโดทั้งหลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่น่าหยิบจับมาไว้ในมือ ทั้งหรูหราน่าอยู่แถมบรรดาโครงการคอนโดต่างๆ มักจะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ทำเลดี  มีสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้ครบครันอีกด้วย  เป็นเหตุผลให้ผู้คนพากันจับจองเป็นเจ้าของคอนโดกันอย่างมากมาย แต่ก่อนที่จะก้าวเข้าไปเป็นเจ้าของคอนโดที่เราต้องการนั้น เราต้องเรียนรู้ข้อมูลอะไรบ้างลองมาศึกษากัน

1. ชื่อเสียงของโครงการ
        ถือเป็นข้อมูลลำดับแรกๆ เลยก็ว่าได้ที่เราต้องให้ความสำคัญ สำหรับข้อมูลของผู้ประกอบการคอนโดนั่นเอง อย่างเช่น พวกชื่อเสียง ประสบการณ์ความชำนาญในการทำโครงการคอนโดมีมานานเท่าไหร่ และมีคนวามน่าเชื่อถือมากแค่ไหน โดยอาจจะไปสอบถาม หรือค้นหาข้อมูลเหล่านี้จากผู้ที่ซื้อโครงการคอนโดที่ขายหมดแลว หรือคนจากรู้จักก็ได้ว่าเป็นอย่างไรบ้างเพื่อเก็บข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจนั่นเอง




2. การถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน
        เมื่อทำการตกลงซื้อขายกันแล้วว่าการถือครองกรรมสิทธิ์มีข้อตกลงอย่างไรบ้าง อะไรเป็นทรัพย์ส่วนบุคคล  และอะไรบ้างที่เป็นทรัพย์ส่วนกลาง  จะได้ทราบรายละเอียดให้ชัดเจนว่าเรามีสิทธิ์ส่วนบุคคลกับทรัพย์สินอะไรบ้าง  มีอะไรบ้างที่เป็นเจ้าของร่วมที่ต้องใช้ประโยชน์ร่วมกัน  เพราะบางทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันนั้นต้องมีการดูแลบำรุงรักษาจากค่าส่วนกลางที่เจ้าของห้องชุดแต่ละรายจ่ายร่วมกันอีกด้วย

3. เอกสารสัญญาต่างๆ
      ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของพวกเอกสารสัญญาต่างๆ ของการซื้อขายคอนโด ดูว่ามีความเรียบร้อยหรือไม่ ไม่ขาดหรือบกพร่องเรื่องเอกสารใดๆ  มีการซื้อขายคอนโดกันแบบตรงไปตรงมา หรือทำกำไรจนมากเกินไป มีการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างคอนโดตรงกับที่ระบุในเอกสารหรือไม่ มีระยะเวลาการรับประกันความเสียหายจากจุดบกพร่องของทรัพย์สินที่เราจะซื้อขายกันมากน้อยแค่ไหนเหล่านี้

4 . ทำเลที่ตั้ง และสถานที่ใกล้เคียงโดยรอบ
     โครงการคอนโดที่มีทำเลดีก็ถือว่ามีความสำคัญมาก ยิ่งใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก การคมนาคมสะดวกสบาย เช่น เน้นติดถนนใหญ่ การคมนาคมสะดวก   ติดรถไฟฟ้า สถานที่ท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยยิ่งดี เนื่องจากผู้เช่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังเช่าสูง และที่สำคัญเป็นกลุ่มที่มีความแน่นอนนั่นเอง
     นอกจากนี้แล้ว ถ้ามีงบประมาณ เลือกห้องที่มีวิวสวยเป็นธรรมชาติ เช่น วิวทะเล แม่น้ำ ภูเขา แต่ถ้าจะลงให้เช่า ควรซื้อห้องสวย หรู ทำเลดี โครงการดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  จะได้กำไรดี โดยเฉพาะชาวต่างชาติสามารถปล่อยให้เช่าในราคาที่สูงอีกด้วย ดูวิวทิวทัศน์ มีตึกรอบข้าง


5 . ค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากค่าคอนโด
       ควรศึกษารายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้นอกเหนือจากราคาของคอนโด ว่ามีมากน้อยแค่ไหน มีส่วนไหนที่เกินความจำเป็นหรือหน้าที่รับผิดชอบของผู้ซื้อหรือไม่ การที่เราจำเป็นต้องทราบรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่เราจะซื้อคอนโดนั้นเป็นการตรวจสอบความถูกต้องและให้เราได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนตกลงซื้อคอนโด และอาจเป็นการป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการโครงการคอนโดอีกด้วย
      
       การศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดที่เราได้แนะนำมาทั้งหมดนี้  สามารถช่วยเป็นแนวทางให้เรานำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบให้การเลือกซื้อคอนโดของเรานั้นไม่ผิดพลาดและง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย  สำหรับการที่เราจะเลือกซื้อคอนโดสักห้องเรานั้นต้องใช้เงินไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้น เราต้องตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะซื้อคอนโดไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือยุ่งยากมากเรื่อง  จะดีกว่าการรีบตัดสินใจไม่ละเอียดรอบคอบแล้วมาเสียใจเสียดายเงินที่หลังได้